ทำไมต้อง อาหารเสริม?

ปัจจุบันนี้ คนที่ค้นพบสูตรอาหารเสริมดี ๆ ที่บางครั้งดีถึงขั้นรักษาโรคได้ แต่กลับต้องจดทะเบียนเป็น “อาหารเสริม” นั่นเป็นเพราะเมื่อไรที่จดทะเบียนเป็น “ยารักษาโรค” นั่นหมายถึงจะต้องมีกระบวนการมากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งกระบวนการทั้งหลายนั้นบางทีก็ยังล้าหลังกับการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ ที่สำคัญเมื่อไรจดทะเบียนเป็นยา คุณจะต้องเข้าไปสู่กระบวนการผูกขาดของบริษัทยาข้ามชาติไม่ถึงสิบบริษัทฯ ที่ครอบครองการขายยาในท้องตลาดไว้หมด ต่อให้ยาใหม่ที่คุณผลิตมาดีขนาดไหนก็ไม่มีทางไปสู้ได้กับยักษ์ใหญ่ได้ จึงไม่มีประโยชน์อันใดที่จะต้องเอาเข้าสู่ระบบของ “ยารักษาโรค”
“อาหารเสริม” ที่ผลิตถูกกรรมวิธีและผ่านการวิจัยมาอย่างเข้มข้น จึงเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งของคนป่วยบางคนที่ไร้ทางออก หมดทางรักษา อาหารเสริมบางชนิด ได้ผลในการดูแลสุขภาพ หรือแม้กระทั่งการรักษาได้ดีกว่ายาแผนปัจจุบันที่ ผลิตมาจากเคมีล้วน ๆ ด้วยซ้ำ อาหารเสริมที่ดีส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงทำให้มีผลกระทบต่อร่างกายน้อยกว่าสารเคมี อาหารเสริมจากสมุนไพรบางยี่ห้อ ให้ผลในการรักษามะเร็งมากกว่า การรักษาด้วยแผนปัจจุบันด้วยซ้ำไป แต่ไม่สามารถที่จะประกาศออกมาได้

ดังนั้น สมัยนี้การ “กินยาแผนปัจจุบัน” หรือ “ยาเคมี” จึงมีความอันตรายแฝงอยู่อย่างมากมาย แน่นอนอาจจะได้ผลดีเรื่องการรักษาโดยทันที แต่ด้านที่ไม่ดี คือไปทำลายส่วนที่ดีอยู่แล้วให้เสื่อมไป ไม่มีใครพูดถึง
คนที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพสมัยนี้ จึงเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง ที่จะใช้ยาเคมี หรือยาแผนปัจจุบัน หลายคนพอรู้สึกป่วยหรือเป็นไข้ ก็ต้องกินยาพาราเซลตามอล แต่คนที่ศึกษาด้านนี้จะรู้ว่าไม่จำเป็นเลย ดื่มแค่น้ำอุ่น ทนแค่วันสองวันก็จะหายเอง การเป็นไข้ เป็นการปรับระดับความสมดุลย์ในร่างกายแค่นั้นเอง เราไม่จำเป็นต้องไปห้ามมัน แต่ถ้าคุณดูแลร่างกายดี ออกกำลังกายเป็นประจำ ก็ไม่ต้องไปหาเรื่องนำสารเคมีไปสู่ร่างกายเลย

อาหารเสริมจำเป็นหรือไม่?

คำตอบคำ “จำเป็น” และ “ไม่จำเป็น”
“จำเป็น” ก็คือ สำหรับคนที่มีปัญหาความผิดปกติบางอย่างในร่างกาย มีปัญหาที่ไปรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ก็ยังไม่หาย ทรมารจากอาการต่าง ๆ ที่เรื้อรัง อีกประการ จำเป็นสำหรับการย่นระยะความเสื่อมโทรมในร่างกาย หรือรักษาความเป็นหนุ่ม เป็นสาวให้ยาวนาน

“ไม่จำเป็น” คือสำหรับคนที่สุขภาพดีอยู่แล้ว ปัจจุบันนี้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคภัยอะไรมารบกวน แบบนี้ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเสียเงินทอง ซื้ออาหารเสริมไปทานหรือไปใช้ เพราะระบบที่ดี ๆ สมดุลย์อยู่แล้ว อาจจะทำให้ระบบเหล่านั้นเสียไป ขึ้นชื่อว่า อาหารเสริม หรือ สมุนไพร มันมีส่วนที่จะเข้าไปทำปฏิกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งต่อร่างกายอยู่แล้ว ถ้าคุณทานเข้าไป แม้ว่าโดยธรรมชาติจะไม่อันตราย แต่มันก็อาจจะไปทำปฏิกิริยาให้ระบบที่สมดุลย์อยู่แล้ว เสียไปก็ได้ ดังนั้นถ้าร่างกายแข็งแรงดีอยู่แล้ว ไม่ควรจะไปหาเหตุเสื่อมให้แก่ร่างกาย

ใช้อาหารเสริมอย่างไรให้ถูกวิธี

มีอาหารเสริม เป็นพัน เป็นหมื่นรายการขายอยู่ทุกวันนี้ ทั้งระบบขายตรง ขายผ่านร้านยา ขายทางทีวี โฆษณาผ่านสื่อต่าง ๆ ทุก ๆ คนก็มักจะยกตัวเองว่าดีที่สุดในการรักษาโรคนั้นโรคนี้ อันที่จริงแล้ว ธุรกิจอาหารเสริม จะมีความคล่องตัวกว่า “ธุรกิจยา” จึงมีคนทำอาหารเสริมออกมาเยอะมาก เพราะทำออกมาแล้วกำไรดี คืนทุนได้ในระยะเวลาสั้น ๆ

อาหารเสริมจำนวนมาก มีส่วนผสมเคมีที่ซื้อเป็นกระสอบ มาจากอเมริกาบ้าง เกาหลีบ้าง แล้วนำมาบรรจุใหม่แล้วใส่ชื่อยี่ห้อเป็นของตัวเอง หรือจ้างโรงงานผสมและบรรจุให้ ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน และ ผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาว หน้าเด้ง ฯลฯ แล้วก็เปิดบริษัทฯ ขายตรงขึ้นมาเหมือนแชร์ลูกโซ่ ซึ่งสินค้าเหล่านี้ ไม่ได้มีการวิจัยอย่างจริงจัง เป็นการเอาแผนธุรกิจมานำหน้า แล้วหาสินค้ามาประดับ

อาหารเสริมพวกนี้จึงมีความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย หากทานติดต่อกันไปเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นก่อนกิน ก่อนใช้ควรจะต้องระมัดระวังให้ดี การได้รับ อย. อย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพอต่อความปลอดภัยของร่างกายท่าน หากร่างกายทรุดโทรม หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต อย. ไม่ได้มาดูแลรับผิดชอบชีวิตให้แก่ท่าน

สมุนไพรต่างถิ่น

น้อยคนที่จะไม่รู้จัก “โสมเกาหลี” ที่เป็นอาหารเสริมชั้นยอด ที่ปัจจุบันเอามาแปรรูปมาเป็นสินค้ามากมายจน ตามแทบไม่ทันหลายคนยอมซื้อเป็นเงินจำนวนเงินไม่น้อย เผื่อเอามาเสริมความแข็งแรงในร่างกาย ให้คงความเป็นหนุ่มสาวอยู่ตลอดไป แต่เท่าที่ทีมงานได้ฟังผู้รู้วิเคราะห์มา คนที่กินไม่เป็น จะเป็นอันตรายมากกว่าผลดี

โดยเฉพาะคนไทย มีผู้รู้กล่าวไว้อย่างน่าคิดว่า สิ่งศักดิ์ส่งคนไทยมาเกิด พร้อมกับพืชสมุนไพรรอบบ้าน ในขณะที่ส่งคนอัฟริกันมาเกิดพร้อมสมุนรอบบ้านเข้า” นั่นหมายความว่า สมุนไพรไทย ย่อมเหมาะกับคนไทย สมุนไพรของอาฟริการย่อมเหมาะกับคนอาฟริกัน สมุนไพรเกาหลี ย่อมเหมาะกับคนเกาหลี ถ้าลองมาวิเคราะห์ให้ดีจะพบว่า น่าจะมีส่วนจริงไม่น้อย เพราะภูมิอากาศของแต่ละที่ ต่างกันย่อมมีผลต่อร่างกายที่ต่างกัน

คนเกาหลี อากาศหนาวทั้งปีธรรมชาติก็ส่งสมุนไพรมาให้ นั่นก็คือ “โสม” ซึ่งเป็นสมุนไพรร้อนมาแก้ความหนาว ทำให้เกิดความกระชุ่มกระชวย ในขณะที่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ธรรมชาติก็สร้างสมุนไพรที่มีคุณสมบัติคล้ายกะโสม แต่เหมาะสำหรับเมืองร้อนมากกว่านั่นคือ “กระชาย”….

ทีนี้ปัญหาก็คือว่าเราเป็นเหยื่อของการโฆษณา และสื่อต่าง ๆ เรากลับไปเอาสมุนไพร ที่ธรรมชาติสร้างให้สำหรับคนที่เกิดในประเทศหนาว มากินมาใช้ในขณะที่ตัวเองอยู่ในเขตประเทศร้อน มันจึงเป็นการเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง ทำให้ระบบอุณหภูมิของร่างกายแปรผันไป จนเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี

ไทยกับจีน พม่า เวียดนาม เขมร ลาว มีความคล้ายคลึ่งกันทางภูมิศาสตร์อยู่มาก ถ้าไม่เอาเขตประเทศมาแบ่งจีน พม่า ไทย เวียดนาม นี่ถือว่าเป็นป่าผืนเดียวกัน สมุนไพรจึงใช้ร่วมกันได้ สมุนไพรบางตัวมีมี 3-4 ชื่อ สมุนไพรบางตัว ชื่อเดียวกัน แต่อยู่ต่างพื้นที่กัน คุณสมบัติต่างกัน สมุนไพรจีนบางตัวปัจจุบันนี้ต้องไปเอามาจากป่าดงดิบของเวียดนาม ถึงจะได้อายุที่พอดี เป็นต้น

ต้องยอมรับกันว่าความกว้างใหญ่ของจีน สมุนไพรของจีนจึงหลากหลายและ ครอบคลุมอาการของโรคต่าง ๆ มากกว่า แต่ต้องระวังให้ดี คำว่าสมุนไพรจีนมีหลากหลายแบบ และที่มา รวมทั้งการเข้ายาแต่ละสูตร แต่ละมณฑลก็ต่างกันไป สรุปได้ว่า สมุนไพรจีนดีแน่นอน ถ้าถูกที่ ถูกตัวยา และ ถูกซินแส

สำคัญที่สุด กินพืชเป็นอาหาร ออกกำลังกายเป็นประจำ (ทำสวนหลังบ้านก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกาย) สูดอากาศที่บริสุทธิ์ …สำคัญมาก อากาศดี ทุกอย่างจะดีไปด้วย ถ้าคนอยู่ กทม. ต้องไปสูดโอโซนเดือนละ 2-3 ครั้งให้ได้ที่ ต่างจังหวัดเช่น เขาใหญ่ กาญจนบุรี ฯลฯ อากาศดี อาหารดี และท้ายที่สุดอารมณ์ดี จะแทบไม่ต้องเสียเงินรักษาสุขภาพเลย