กล่าวกันว่า สบู่ได้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ยุคโรมันเมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อน ที่ Sapo Hill เกิดการผสมผสานด้วยความ บังเอิญ ระหว่างเถ้าฟืนไม้ (สารประกอบประเภทด่าง) และน้ำมันที่ได้จากแกะที่นำมาทำพิธีบูชายัญ *** สบู่มรกตเวียงรัง

ลักษณะพิเศษที่ ค้นพบ คือสามารถขจัดสิ่งสกปรกจากมือหรือเสื้อผ้าได้สะอาดชื่อของสบู่ (Soap) มาจากชื่อของสถานที่ถือกำเนิด นั่นก็คือ ‘Sapo’ และตั้งแต่นั้นมา สบู่ก็กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ทุกคน

ครั้งเมื่ออุตสาหกรรมเคมี ได้พัฒนาขึ้น การผลิตสบู่แบบดั้งเดิม ซึ่งต้นทุนสูง ใช้เวลานานในการผลิต และ ผลิตได้ครั้งละจำกัด
จึงเกิดสบู่อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งผลิตโดยใช้สารเคมีที่มีคุณสมบัติในการชะล้าง มาอัดเป็นก้อนและผสมกลิ่นน้ำหอม และ เติมสี
และจัดจำหน่ายทั่วไป มีการเติมมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อทดแทนกลีเซอรีน ที่เคยได้ในการผลิตแบบดั้งเดิม …

สบู่ประเภทนี้ให้การชะล้างที่เยี่ยมยอด และมีกลิ่นสี น่าใช้มาก เพราะแต่งเติมเข้าไปด้วยกรรมวิธีใหม่ ๆ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ การระคายเคืองในบางคน และการสะสมสารเคมี ไว้ที่ผิวกาย ทุกวัน ๆ มาจนถึงวันนี้ จะมีใครสงสัยบ้างไหม ว่าสบู่ที่อยู่ในห้องน้ำบ้างเราเนี่ย เป็นสบู่จริงๆ หรือ เป็น เคมีชำระล้างอัดก้อน ???..vionrang – emerald soap

หนักยิ่งกว่านั้นในเมื่อโลกขับเคลื่อนด้วย ความโลภ การทำสบู่มันมีกระบวนการเยอะเกินไป ทำให้ได้กำไรช้า จึงเกิดการนำเอาเคมี
ล้วน ๆ มาผสมกันเป็นครีมที่เป็นเคมี 99% อีก 1 % เป็นสารสังเคราะห์ (ทางเคมี) จากธรรมชาติ เพื่อที่จะเอาไปทำการตลาดได้ว่า มีส่วนผสมของธรรมชาติ

….แบบนี้มันง่ายมากคือ เอาเคมีหลาย ๆ ชนิด เป็นถังขนาดใหญ่เทเข้าไปในเครื่องกวนตามสูตร ไม่ว่าจะเป็นเพื่อความขาว หรือ การชำระล้างที่ดี …เมื่อผสมดีแล้วฉีดใส่หลอด ที่ออกแบบสวย ๆ ดูดี

….กลายเป็นโฟมล้างหน้า…แล้วขาย ใช้คนดูแลเครื่องจักรแค่ ไม่เกิน 3 คนผลิตได้วันละ เป็นแสนหลอด จ้างดาราโฆษณา…แล้วขายเป็นเทน้ำเทท่า

สบู่จากธรรมชาติก็ยังคงเป็นวิธีที่พูดได้ว่า ปลอดภัยต่อสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในปัจจุบันที่ สบู่เข้าสู่ระบบ OEM หมดแล้ว…เพื่อดารา หรือ พริตตี้ แนะนำว่ามันดี !!!

ที่มา : https://www.facebook.com/vionrang