คนภาคเหนือ ถ้ารู้จักลาบ ก็ต้องรู้จักผักคาวตอง…ของคู่กันโบราณท่านให้ไว้

คนไทยเกิดมาบนแผ่นดินทองแห่งนี้ พร้อมไปด้วยทรัพย์ในดิน สินในน้ำ พืช ผัก ผลไม้มีถึง 3 ฤดู และ แต่ละอย่างมีสรรพคุณทางยาหมด “อาหารเป็นยา” จึงเป็นคำเรียกที่ไม่ผิด ในขณะที่เข้าสู่โลกสมัยใหม่ ที่มีสิ่งปลอมปนมากมายทั้งอาหาร และอากาศ แม้ว่าการแพทย์ทันสมัย แต่อาการป่วยของผู้คนก็ไม่ได้ลดตามไปด้วย กลับยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะเคมีที่แฝงอยู่ในอาหาร และ การรักษาโดยยาเคมี ที่รักษาอวัยวะส่วนที่หนึ่ง พร้อมกับทำลายอวัยวะรอบข้าง มันจึงไม่จบ การค้าขายความเจ็บป่วยของ บริษัทยายักษ์ใหญ่ของโลกจึงเติบโตอย่างไม่สิ้นสุด ทำลายผู้อื่นเพื่อตัวเองก็ต้องทำเพราะเป็นธุรกิจ เราจึงเห็นยาสมุนไพรพื้นบ้านที่ดี ถูกโจมตี ฟ้องร้องจนล้มละลายไปมากมายด้วยเหตุนี้

สมุนไพรพลูคาว หรือ ผักคาวตอง (Houttuynia Cordata thumb)

เป็นสมุนไพรที่พบในประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออก และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ที่เกี่ยวกับผักคาวตอง คือ

  •  ฤทธิ์ในการบำบัดฟื้นฟู โรคความดันโลหิตสูง (Artrosclerosis)
  • ฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็ง (Cytotoxicity Against Tunor Cellines)
  • เซลล์มะเร็งปอด เซลล์มะเร็งรังไข่ เซลล์เนื้องอกที่เป็นเนื้อร้าย เซลล์มะเร็งสมอง มะเร็งลำไส้ มีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งแต่ละชนิดอย่างมีนัยสำคัญ
  • ฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Antileukemic Activty)
  • ฤทธิ์กับการติดเชื้อไวรัส กระตุ้นเซลล์เพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันไข้ทรพิษ หัด หัดเยอรมัน การติดเชื้อทางเดินหายใจ HIV เริม งูสวัด
  • ฤทธิ์เกี่ยวกับการต้านเชื้อราและแบคทีเรีย เยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อรา Cryptocoecus Neoformans) ทางเดินปัสสาวะอักเสบ การติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคทางเดินอาหาร โรคปริทันต์ โรคระบบสืบพันธุ์ กลากเกลื้อน โรคติดเชื้อในช่องปาก
  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบต่างๆ (Anti – Inflamnation) ยับยั้งเอนไซม์ (Cyclooxygenase) เป็นบ่อเกิดของการอักเสบ หรือโรคที่มีอาการอักเสบ
  • ฤทธิ์ขับปัสสาวะ (Diuretic Actuvity) ขยายหลอดเลือด ทำให้อัตาการไหลเวียนของเลือดและการขับปัสสาวะเพิ่มขึ้น
  • ฤทธิ์อื่นๆ เช่น เพิ่มภูมิคุ้มกันหรือภูมมิต้านทานโรคยับยั้งเนื้องอก กระตุ้นเซลล์ น้ำเหลือง ยับยั้งโรคเบาหวาน รักษาความสมดุลของร่างกายและอื่นๆ

รายงานการวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสมุนไพรพลูคาว ที่เกี่ยวข้องกับผักคาวตองคือ

สมุนไพรพลูคาวกับภูมิคุ้มกัน

ร่างกายจะมีภูมิคุมกันโรค หรือมีความต้านทานโรคไม่ให้โรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย สมุนไพรพลูคาวช่วยบำบัดอาการไอ จาม อักเสบ หอบหืด(Atopiceczema) โรคหวัดเรื้อรัง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคไขข้อหลังอักเสบ โรคหนังแข็ง โรคกล้ามเนื้ออักเสบ ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง(AIDS)โรคเอดส์ ผู้ป่วยมะเร็ง หรือผู้ได้รับสารกดภูมิคุ้มกัน

สมุนไพรพลูคาวเกี่ยวกับโรคมะเร็ง

1. ฤทธิ์การทำลายเซลล์มะเร็ง 5ชนิด คือ เซลล์มะเร็งปอด (HUMANLONG DADNOCARCINOMA) เซลล์มะเร็งรังไข่ (HUMAN OVARIAN ADENOCARCINOMA) เนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายในสมอง เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ

2.  ฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (LEUKEMIC CALL LINES)

3.  ฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็งอื่นๆ

ในประเทศจีน มีการใช้สมุนไพรพลูคาวในการรักษาเซลล์มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งทางเดินหายใจ เนื้องอกในรังไข่(OOPHOROMA) มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร เซลล์มะเร็งสมอง (HUMAN CNS CARCINOMA) เซลล์มะเร็งลำไส้ (HUMAN COLON ADENOCARCINOMA) และยังพบว่ามีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งอื่นๆได้อีก

สมุนไพรพลูคาวกับไวรัส โรคที่เกิดจากไวรัสแบ่งเป็นการติดเชื้อ 3แบบคือ

1.        โรคที่เกิดจากไวรัส ที่มีอาการเฉียบพลัน เช่นไข้ทรพิษ, หัด, หัดเยอรมัน, หวัด, ตาอักเสบ เป็นต้น

2.        โรคที่เกิดจากไวรัสที่มีอาการเป็นๆหายๆ เช่น เริม งูสวัด เป็นต้น

3.        โรคที่เกิดจากไวรัสที่มีอาการเรื้อรัง เช่น HOV โรคพิษสุนัขบ้า เป็นต้น

สมุนไพรพลูคาวสามารถยับยั้ง การเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส POLLOVIRUS AND COXSACKIEVIRUS โรคที่เกิดจากไวรัสในไก่ โรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง เช่นหวัด ไข้หวัดนก คางทูม ต่อมทอลซินอักเสบ และปอดอักเสบในเด็ก

สมุนไพรพลูคาวกับเชื้อรา

สมุนไพรพลูคาวสามารถรักษา กลาก เกลื้อน สังคัง ฮ่องกงฟุต สะเก็ดเงิน โรคปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อรา CRYPTOCOCCUS NEOFORMANS

สมุนไพรพลูคาวกับแบคทีเรีย

สมุนไพรพลูคาวสามารถป้องกัน อาการท้องเดิน ท้องเสีย ท้องเดินปัสสาวะอักเสบ การติดเชื้อทางเดินหายใจ ฝี โรคทางเดินอาหาร โรคปริทันต์ โรคในระบบสืบพันธุ์ โรคติดเชื้อในช่องปาก สิว โรคผิวหนัง กลาก ขี้เรื้อนกวาง

สมุนไพรพลูคาวกับภูมิคุ้มกัน

ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันโรค หรือมีความต้านทานโรค ไม่ให้โรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกายสมุนไพรพลูคาวช่วยบำบัดอาการไอ จาม อักเสบ หอบหืด ATOPIC ECZEMA โรคหวัดเรื้อรัง โรคข้ออักเสบ รูมาตอยต์ โรคข้ออักเสบ HIV มะเร็ง ผู้ได้รับสารกดภูมิคุ้มกัน

สมุนไพรพลูคาวกับโรคอื่นๆ

เบาหวาน ตับอักเสบ ตับแข็ง ไตอักเสบ เนื้อปอดพองลม ปวดขัดเบา ลดไข้ ขจัดสารพิษ เยื่อบุจมูกอักเสบ โรคผิวหนังโรคติดเชื้อต่าง ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ต้านการจับตัวของเกร็ดเลือด โพรงจมูกอักเสบ ควบคุมระบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้เร็วขึ้น

“พลูคาว” นอกจากใช้ได้ดีในผู้ป่วยโรคมะเร็งแล้ว ยังพบว่าสามารถใช้ได้ผลในผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน อัมพาต รักษาแผลเรื้อรังซึ่งสามารถใช้ทาแผลได้ และผลในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคร้ายต่างๆ จะช่วยในการกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งผลการทดลองในห้องปฎิบัติการพบว่าสามารถทำลายเชื้อ HIV-1(โรคเอดส์) เชื้อรา และแบคทีเรียหลายชนิดอีกด้วย

ประโยชน์ของพลูคาว
1. ฤทธิ์ระงับปวด เร่งการเจริญเติบโตของเซลล์ ห้ามเลือด รักษาปริมาณของเหลวในร่างกาย
2. ฤทธิ์ขับปัสสาวะ พบสารฟลาโวนอยด์ ที่แยกได้จากใบพลูคาวเป็นสารสำคัญในการออกฤทธิ์
3. ฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ น้ำมันหอมระเหยจากการกลั่นส่วนเหนือดินของพลูคาว พบว่ามีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียอย่างแรงต่อเชื้อ Bacillus cereusและ B. Subtilis เชื้ออหิวาต์ Vibrio cholerae 0-1 และ V. Parahaemolyticus
4. ฤทธิ์ต้านไวรัส น้ำมัน

สำหรับในตำราไทยโบราณ ใช้ใบพลูคาวแก้กามโรค หนองใน เข้าข้อออกดอก เป็นแผลเปื่อยพุพอง ทำให้น้ำเหลืองแห้ง แก้โรคผิวหนัง แก้พิษแมลงป่อง พอกฝี ซึ่งชาวเหนือเชื่อว่าใบขับพยาธิได้ ส่วนในตำรายาจีน พลูคาวทั้งต้นมีสรรพคุณขับปัสสาวะ รักษาอาการอักเสบในทางเดินปัสสาวะ ระงับเชื้อโรคหลายชนิด รวมทั้งยังมีรายงานระบุถึงการใช้พลูคาวในการรักษาโรคเอดส์ โดยใช้ร่วมกับสมุนไพรตัวอื่นๆ ตลอดจนใช้ยับยั้งการเติบโตของเชื้อไวรัสเริม ไวรัสไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังมีรายงานวิจัยระบุว่า สีแดงใต้ใบของพลูคาวมีสารช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย และต้านทานเนื้องอก พร้อมกับไปขับพิษที่จะเป็นสารก่อมะเร็งออกจากร่างกาย แต่สารนี้อาจจะมีคุณภาพไม่คงทนหรือไม่คงที่ อีกทั้งยังไม่พบรายงานการศึกษาวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับคุณสมบัติต้านมะเร็ง ของพลูคาวอย่างเป็นทางการ ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ยังต้องมีการศึกษาวิจัยที่ชัดเจนต่อเนื่องต่อไปอีก

เอกสารอ้างอิง

  1. ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  2. จากหนังสือ ผักคาวตอง สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข\
  3. จากหนังสือ THE ASEAN JOURNAL OF RADIOLOGY